อันว่าเสรีภาพ

posted on 09 Feb 2012 14:55 by bangsai
        สุดยากที่จะเข้าใจอุดมการณ์การเมืองของบรรดาปรมาจารย์ในแวดวงมหาวิทยาลัย ที่ดูจะเทิดทูน"อิสรภาพเสรีภาพ"ยิ่งกว่าค่านิยมอื่นใด  เหมือนจะฝั่งหัวอยู่กับนักคิดตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นสังคมอุดมคติยุคกรีก หรือ นักปรัชญามาร์กซิสต้นกำเนิดความคิดสังคมนิยม แถมพกเอาความหยามเหยียดรังเกียจต่อแนวบริหารบ้านเมืองที่กลุ่มนี้เรียกว่าแนวอนุรักษ์นิยม มิหนำซ้ำยังละเมอคิดว่าคนไทยทุกวันนี้ยังหลงอยู่กับการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราช  พลเมืองไทยที่เล่าเรียนผ่านการศึกษาภาคบังคับล้วนเข้าใจว่าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และเรียนรู้จากประสบการณ์จริงว่าพระมหากษัตริย์มิได้มีอำนาจโดยสมบูรณ์ดังแต่ก่อน แต่มีรัฐบาล รัฐสภาและศาลทำหน้าที่ในปรมาภิไทยของพระมหากษัตริย์  กระนั้น นักวิชาการสังคมนิยมตกขอบก็ไม่วายที่จะอบรมฝังหัวนิสิตนักศึกษาให้หยุดเทิดทูนสถาบันทั้งๆที่พระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันได้ทรงดำรงพระอิสรีรยศมาด้วยทศพิทธราชธรรมเป็นที่ประจักษ์มาตลอดชั่วชีวิตของพสกนิกรที่มีอายุคราวปู่ย่าตายายของเยาวชนปัจจุบัน พระองค์ทรงวางพระองค์เป็นผู้นำที่ประชาชนกราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ  แล้วมาวันนี้ จากรั้วมหาวิทยาลัยมาเชื่อมกับแนวคิดคอมมิวนิสต์ดึกดำบรรพ์ซึ่งมีทั้งเทิดทูนและไม่เทิดทูนสถาบัน ต่างพากันไม่พอใจกฎหมายมาตราที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ได้มีการแสดงความคิดเห็นไปต่างๆ จนเกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย สนับสนุน ต่อต้าน ทั้งนี้ล้วนกระทบกระเทือนต่อสถาบันทั้งนั้น แม้กระทั่งกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประชาชนทั้งหลายก็มิได้เข้าใจว่ามีสาเหตุจากอะไร แต่ที่แน่ๆไม่ได้มีสาเหตุมาจากประชาชนถูกริดรอนเสรีภาพ ดูเหมือนว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้เป็นอุปสรรคต่อระบบธุรกิจการเมืองต่างหาก  น่าเสียดายที่นักวิชาการในรั้วมหาวิทยาลัยจะช่วยเป็นหูเป็นตาปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนที่กำลังถูกนักธุรกิจการเมืองเขมือบอยู่ กลับมาตั้งป้อมสู้เรื่องอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่ออกจะเป็นสังคมนิยมด้วยซ้ำไป  เอ แล้วจะไม่ไปขัดแย้งกับเผด็จการทุนนิยมหรือนี่  เอ อะไรกันแน่
         ในยามที่ประชาชนไม่รู้อะไรมาก ออกจะสับสนงุนงงอยู่แล้วกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังจับไม่ได้ไล่ไม่ทันกับหน้าฉากหลังฉากของตัวละครการเมือง นักวิชาการหลายคนนอกจากจะไม่ช่วยให้ประชาชนหายข้องใจแล้ว ยังกลับเป็นสุนัขรับใช้นักธุรกิจการเมืองเหล่านี้ ทั้งๆที่มีสติปัญญาเปรื่องปราชญ์เหนือประชาชนทั้งหลาย ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมนักวิชาการกลุ่มนี้จึงมีพฤติกรรมต่อประเทศชาติบ้านเมืองเช่นนี้ 

มากเล่ห์ เพทุบาย

posted on 07 Feb 2012 16:19 by bangsai
       คนที่มากเล่ห์เพทุบายอาจสามารถกำชัยชนะเหนือผู้อื่นได้ด้วยร้อยเล่ห์กลลวง
เหมือนกับว่าเป็นคนฉลาดที่จ้องฉวยโอกาสเอาเปรียบข่มขืนหักหาญนานาปการ
ทำยิ่งกว่าผักชีโรยหน้าใช้วาจาอันเป็นเท็จปฏิเสธความจริงทุกสิ่งไป
น่าฉงนที่ผู้ได้ชื่อว่าเป็นนักปราชญ์ใหญ่น้อยต่างร่วมใจผลักดันกระบวนการ
เปลี่ยนประเทศไทยเปลี่ยนรัฐธรรมนูญหวังให้อำนาจประชาชน
แล้วในที่สุดอำนาจทั้งหลายจะตกอยู่กับใครเพื่อประชาชนจริงหรือ
ประชาธิปไตยของนิติราษฏรหรือธรรมศาสตร์รักประชาชนแน่หรือ
พัฒนาการของประชาธิปไตยมาไกลจนอยู่ในกำมือทุนแล้วเขียนรัฐนูญใหม่
มีหรือจะหวนกลับไปหารากหญ้า ของรากหญ้า โดยรากหญ้า เพื่อรากหญ้า
ประชาธิปไตยเหลือแค่การลงคะแนนเสียง ปรัชญาประชาธิปไตยกินไม่ได้
เหลือแต่ประชาธิปไตยกับทุนนิยม เอ้ย ประชานิยม
มิจฉาทิฐิของอาจารย์นิติศาสตร์จึงนำมาซึ่งความปั่นป่วน
ขณะที่นิติบริกรจะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ให้ใครเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
นักธุรกิจการเมืองรายใหญ่รายเล็กทั้งหลาย
เสร็จแน่ประเทศไทย เสร็จกูแน่ คราวนี้เอาให้อยู่
ไม่ใช่มหาอุทกภัยเท่านั้นที่ปล้นไทย แต่การเมืองเพื่อพวกกูกำลังรุมชิงกันทึ้ง
จ่ายเยียวยากันเป็นล้าน ปราบยาบ้าหมดงบหลายร้อยล้าน งบน้ำท่วมเป็นแสนล้าน
จ่ายเพิ่มเงินเดือนให้บางกลุ่มขณะที่ข้าวของขึ้นราคาชาวบ้านหาไม่พอกิน
เขาตั้งใจบริหารบ้านเมืองให้ประชาชนอยู่ดีกินดี หรืออยู่ฝืดกินฝืด
คำพรรณนาที่สาธยายมานี้คงไม่ใช่เรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นบนแผ่นดิน
ประชาชนทั้งหลายยังอยู่นิ่งไม่เดือดร้อนอะไร
เป็นเรื่องที่บางคนได้แต่จินตนาการไปเอง
ก็ขอให้เป็นจริงดังว่าเช่นนั้นเถิด 
             ภาวะโลกร้อนได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพดินฟ้าอากาศ  ปรากฏการณ์เอลนิโน-ลานินย่าเมื่ออุณหภูมิพื้นผิวในเขตร้อนของมหาสมุทรแปซิฟิคสูงขึ้นหรือเย็นลงกว่าธรรมดา ส่งผลให้เกิดสภาวะน้ำท่วม หรือภัยแล้งขึ้นได้ในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศแถบมหาสมุทรแปซิฟิค ส่งผลกระทบต่อประเทศเกษตรกรรมและการประมงอย่างยิ่ง  และแน่นอนย่อมรวมถึงประเทศไทยด้วย
              ในรอบหน่งร้อยปีมานี้ คนทั่วโลกต่างเผาถ่าน น้ำมันเชื้อเพลิง และปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งมีผลทำให้อุณภูมิที่พื้นผิวโลกสูงขึ้น  อุณหภูมิที่สูงขึ้นมีผลกระทบต่อเราอย่างไร  นี่คือผลกระทบอันเนื่องมาจากอุณหภูมิของโลกสูงขึ้น
               ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
               น้ำแข็งในทวีปอาร์คติกละลายเร็วขึ้น
               ธารน้ำแข็งละลาย
               อุณหภูมิเหนือท้องทะเลสูงขึ้น
               ฝนตกหนักขึ้น
               ภาวะแล้งเพิ่มขึ้น
               การเพาะปลูกได้ผลน้อยลง
               ระบบภูมิอากาศแปรปรวนไป
                                 ฯลฯ
               ประเทศไทยกำลังประสบภัยธรรมชาติอันเนื่องจากภาวะโลกร้อนเช่นเดียวกับทุกประเทศในโลก แต่คน
ไทยและรัฐบาลไทยเพิ่งจะมาตื่นตัวเมื่อประเทศประสบกับภัยธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง  และที่ตื่นกลัวกันมากดูจะเป็นภัยน้ำท่วม ทั้งๆที่ภัยแล้งก็สร้างความเสียหายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน  ภัยธรรมชาติดังกล่าวไม่เพียงแต่ส่งผลต่อบ้านเรือน ทีอยู่อาศัยเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลต่อการทำมาหากิน โดยเฉพาะต่อเกษตรกร ทำให้ผลผลิตเกิดความเสียหาย ก่อความสูญเสียต่อครอบครัวเกษตรกรและประเทศโดยรวม
               การประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของรัฐบาลขณะนี้ส่วนใหญ่คือเรื่องการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าทำอะไรไปได้เท่าไร  แต่เรื่องของภัยแล้งซึ่งกำลังปรากฏขึ้นในจังหวัดต่างๆทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นยังไม่มีการประชาสัมพันธ์ว่ารัฐบาลดำเนินการอะไร  ฉะนั้น เมื่อมองดูภาพรวมจะเห็นว่ารัฐบาลไทยยังไม่ได้ศึกษาและมีแผนในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศอย่างชัดเจนเท่าใด อันที่จริง การรนณรงค์เรื่องนี้สามารถทำได้หลากหลายวิธีโดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณแผ่นดินให้มากมาย เพียงรัฐบาลกำหนดเป็นนโยบาย และให้การสนับสนุนภาคเอกชนโดยนับว่าเป็นการคืนกำไรให้สังคมซึ่งภาคเอกชนสามารถร่วมรนณรงค์ได้มากมาย  รวมทั้งภาคประชาชนด้วย   
                เห็นรัฐบาลสาระวนอยู่กับการโอนหนี้และการกู้เงินแล้ว ทำให้คิดว่ารัฐบาลทำอะไรต้องตั้งงบประมาณจำนวนมากไว้ก่อนเลย รับบาลคิดและบริหารจัดการอะไรโดยใช้เงินให้น้อยหน่อยไม่เป็นแล้วหรือ ทั้งๆที่สถานการเงินประเทศเราเป็นอย่างนี้ อดคิดไม่ได้ว่าทำไมจึงยังมีการใช้เงินในบางรายการอยู่ หรือว่าไม่ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมและความยุติธรรมกันอีกแล้ว 
                เริ่มต้นว่าด้วยโลกร้อน ลงท้ายดูจะกลายเป็นสังคมร้อนไปแล้ว